สอบถามเพิ่มเติม โทร 062-295−6588 studist@studist.co.th

หากลองหลับตาและจินตนาการถึงเสื้อสีพื้น 2 ตัวถูกตัดออกมาอย่างประณีต ทุกฝีเข็มที่เย็บ และทุกอณูสีที่หยดบนใยผ้าล้วนมาจากทุกวินาทีแห่งความตั้งใจ แม้จะแยกกันแทบไม่ออกด้วยสายตา แต่ถ้าเสื้อตัวหนึ่งมีโลโก้แบรนด์ดังระดับโลกประทับลงไป ก็ทำเอาประทับใจผู้คนและยอมจ่ายเงินที่มากกว่าเพื่อเป็นเจ้าของเสื้อตัวนั้น คุณเป็นคนหนึ่งรึเปล่าที่ยอมควักเงินจ่ายไปแบบนั้นหรือคุณเป็นผู้ที่อยากจะเพิ่มคุณค่าของแบรนด์ที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าเป็นอย่างไหน วันนี้ Teachme Biz มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกัน

คุณค่าของแบรนด์คืออะไร

หากใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “เงิน” เป็นตัววัดคุณค่าของแบรนด์ คุณค่าของแบรนด์จะถูกจำกัดอยู่ที่สินทรัพย์โดยรวมของแบรนด์นั้น ๆ ซึ่งในความเป็นจริง สินทรัพย์รวมของแบรนด์นั้น ๆ เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์นั้นมีคุณค่ามากเท่าใด แต่หากเรามองแบบองค์รวมแล้ว คุณค่าของแบรนด์เป็นมากกว่าตัวเงิน เพราะมันหมายรวมถึง คุณค่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในมุมมองของผู้บริโภคทั้งในรูปธรรมและนามธรรม ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้สัมผัส คุณค่าทางจิตใจ การกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการซ้ำแล้วซ้ำอีกของผู้บริโภค หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมของสินค้าเช่น แพ็คเก็จ สี เหล่านี้ล้วนเป็นคุณค่าของแบรนด์ทั้งสิ้น

AMAZON: มูลค่าแบรนด์สูงสุดกว่า 315,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี2019 จากการจัดอันดับของ CNBC

มูลค่าของแบรนด์ที่จัดอันดับโดยเครือข่ายโทรทัศน์ชื่อดังด้านเศรษฐกิจอย่าง CNBC ได้จัดอันดับคุณค่าของแบรนด์ของปี 2019 และ3อันดับแรกก็เป็นแบรนด์ที่เกินค่อนโลกรู้จักกันดี

อันดับ 1 Amazon มูลค่าของแบรนด์ประมาณ 315,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

อันดับ 2 Apple มูลค่าของแบรนด์ประมาณ 309,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

อันดับ 3 Google มูลค่าของแบรนด์ประมาณ 309,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และยังมีอีกหลายอันดับในช่วง TOP 10 ที่เอ่ยชื่อมาก็แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเต็มชาร์จไปหมด

เราจะเพิ่มคุณค่าของแบรนด์เราได้อย่างไร

1. รู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Know your target customers)

ปัจจัยอย่างหนึ่งในการเพิ่มคุณค่าแบรนด์ที่หลายคนมองข้ามคือการรู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รู้จักในที่นี้ผมหมายถึงการรู้จักจริง ๆ อย่างละเอียด รู้จักทั้งในแง่ของประชากรศาสตร์ เพศ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัย การใช้ชีวิต บุคลิกลักษณะ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราพอมองเห็นกรอบคร่าว ๆ ของลูกค้าเราว่าเป็นกลุ่มคนไหนและจะทำให้เราเข้าใจความต้องการของเขาได้มากขึ้น

สิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องของประชากรศาสตร์ก็คือเรื่องของความต้องการเบื้องลึก (Insight) ของลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งอาจจะเป็นความต้องการที่แม้แต่ตัวลูกค้าเองก็ยังไม่รู้ว่าต้องการ หากเราค้นพบความต้องการเบื้องลึกนั้น และสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ ก็ยากนักที่ลูกค้าจะทัดทานแบรนด์ของเราไหว

หากสินค้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสาววัยรุ่น คุณจะทำดังตัวอย่างข้างล่างนี้ไหม

ตัวอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะเคยเห็นกันในท้องตลาดบ้านเรา คือ แบรนด์สินค้าที่กลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นเพศหญิง พิจารณาแล้วก็ควรใช้หญิงสาววัยทีนน่ารัก ๆ ผิวใสเนียนสวยมาเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์น่าจะดึงดูดให้ลูกค้าอยากจะหันมาใช้แบรนด์นั้น ๆ ได้ไม่น้อย แต่แบรนด์นี้ทำตรงกันข้าม กลับใช้หนุ่มวัยรุ่นหน้าตาดีมาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าในแทบทุกรายการสินค้า และยอดขายก็ถล่มทลาย สินค้ากลุ่มนั้นคือน้ำหอมระงับกลิ่นกายหรือโคโลญ และนั่นก็เป็นผลมาจากการทำวิจัยอย่างหนักของแบรนด์ในเชิงคุณภาพเพื่อรู้จักและค้นหาความต้องการเบื้องลึกของลูกค้า เรียกได้ว่าแบรนด์ดังกล่าวก็ตอบสนองความต้องการลูกค้าพวกเขาไปเต็มๆ

2. สม่ำเสมอ (Consistence)

เรื่องหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในการสร้างและเพิ่มคุณค่าของแบรนด์ คือการใช้ “งบประมาณ” หรือเงินในการลงทุนนั่นเอง เป็นไปได้ยากมากที่จะสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่าแก่ลูกค้าจนลูกค้าหลงใหลโดยไม่ได้ลงทุนอะไรเลยสักบาท ในทางกลับกัน เป็นไปไม่ได้เช่นกันที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ตราตรึงใจลูกค้าโดยการโหมกระหน่ำสร้างแบรนด์ด้วยเม็ดเงินมหาศาล โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของสินค้าเลย เหนือกว่าเรื่องงบประมาณก็คือการทำให้คุณค่าของแบรนด์สื่อออกไปถึงลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายแบรนด์กลับมองข้าม เพราะคุณค่าของแบรนด์นั้นเป็นความรู้สึก ความทรงจำของลูกค้า ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมากในทุกวันของการดำเนินชีวิต

Coca Cola อีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างแบรนด์มาช้านาน นับมูลค่าประมาณ 84,000ล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลจาก Statista.com

ลองนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก วันนั้นคุณเห็นโฆษณาของสินค้าหรือแบรนด์ใดทางทีวี และทุกวันนี้มันก็ยังคงโลดแล่นให้คุณเห็น ส่วนใหญ่แบรนด์เหล่านั้นมักเป็นแบรนด์ใหญ่ที่ยังคงคุณค่าของแบรนด์ไว้ได้ดีแม้จะผ่านไปนานนับ 10 ปีก็ตาม  อย่างเช่นแบรนด์น้ำดำที่ประชากรทั่วโลกยังคงดื่มกันไม่หยุด

3. รู้ทันคู่แข่ง (Know your competitors)

มีสัตว์มากมายในไพรกว้าง 

ทำไมมีกวางเพียงตัวเดียวในตอนนั้นที่กลายเป็นอาหารของพยัคฆ์ที่หิวโซ 

กฎแห่งการอยู่รอดในระบบนิเวศนี้คือ 

“วิ่งให้เร็วเข้าไว้ อย่างน้อยให้เร็วกว่าตัวที่ช้าที่สุด”

การทำแบรนด์และสร้างมูลค่าของแบรนด์ก็คงไม่ต่างกันมากนัก เพราะไม่ใช่เราเพียงองค์กรเดียวที่กำลังนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ลูกค้า ไม่ว่าเราจะทำสินค้าหรือบริการดีออกมาแค่ไหน แต่นั่นอาจจะยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง สุดท้ายถ้าคู่แข่งทำได้ดีกว่าลูกค้าก็เลือกคู่แข่งอยู่ดี

แล้วเราจะรู้ทันคู่แข่งไปเพื่ออะไร… จากที่กล่าวมาข้างต้นอย่างน้อยทำให้แบรนด์ของเรายังคงอยู่ในตลาด แต่เพื่อสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่ามากขึ้นเรารู้ทันคู่แข่งก็เพื่อ…

  • เพื่อเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคู่แข่ง เพื่อที่เราจะได้ไม่เดินไปบนรอยเท้านั้น ยิ่งเราพลาดน้อยเท่าไร ความน่าไว้วางใจในแบรนด์ในมุมมองของลูกค้าก็มีมากขึ้นเท่านั้น

  • เพื่อดูว่าแบรนด์อื่นในตลาดทำอะไรกันอยู่ เมื่อรู้แล้วเราจึงสามารถสร้างความแตกต่างแก่แบรนด์เราได้ ตัวอย่างง่ายๆอย่างหนึ่งที่เห็นบ่อยเช่น ตราสินค้าหรือโลโก้ รวมไปถึงสีของแพ็คเก็จสินค้าที่วางขายบนชั้นในซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่เขาใช้สีอะไร ขนาดเท่าใด หากเรารู้ เราก็สามารถทำแพ็คเก็จ ตราสินค้า สี ให้เด่นกว่า ชนิดที่เรากลายเป็นตัวละคร ส่วนแบรนด์อื่นเป็นพื้นหลังได้เลยทีเดียว

รู้ทันแบรนด์คู่แข่งเพื่อเปลี่ยนแปลงแบรนด์สู่ความแตกต่าง

  • ยิ่งไปกว่านั้น หากเรารู้ว่าองค์กรเราบริหารงานอย่างไร และก็รู้ว่าองค์กรอื่นบริหารรูปแบบไหนเราสามารถปรับการบริหารงานในองค์กรให้ทัดเทียมได้ เมื่อการบริหารภายในองค์กรดีแล้ว สินค้าและบริการของแบรนด์ที่ออกสู่สายตาผู้คนก็จะดีไปด้วย ดังอุปมาที่ว่า “สาวจะงามก็งามจากภายใน”

ตัวอย่างเช่น การเพิ่มคุณค่าแบรนด์และองค์กรไปพร้อม ๆ กัน การบริหารองค์กรในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เช่นทุกวันนี้ อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้น บางแบรนด์บางองค์กรก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีอุปสรรคเข้ามา เช่นการมาของโควิด-19 ที่ทำให้หลายบริษัทหันมาทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ประชุมออนไลน์ได้ ใช้เอกสารที่เป็นดิจิตอลมากขึ้นได้ ลดรายจ่ายขององค์กรด้ ระบบต่าง ๆ เหล่านี้หากองค์กรของเราคล่องตัว มีความสามารถในการพร้อมเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าแบรนด์ได้เร็วยิ่งขึ้น

4. พันธมิตรแห่งแบรนด์ (Co-Branding)

ในวันที่คุณเริ่มมีลูกค้าเป็นฐานแล้วการนำแบรนด์ของคุณไปร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์อื่น ก็เป็นอีกวิธีที่ดีไม่น้อย      การทำแบรนด์ร่วมกันนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นอุตสาหกรรมใกล้เคียงกันก็ได้       เราสามารถที่จะสร้างคุณค่าให้เพิ่มขึ้นแก่ฐานลูกค้าของแบรนด์พันธมิตร เฉกเช่นเดียวกัน ฐานลูกค้าของแบรนด์พันธมิตรก็จะเห็นคุณค่าของแบรนด์เราเช่นกัน

ตัวอย่างที่น่านำมาเป็นแบบอย่างได้ดี เช่น การร่วมมือกันของ แบรนด์รถยนต์ BMW และแบรนด์แฟชั่นอย่าง Louis Vuitton ก็ทำออกมาได้อย่างลงตัว

การร่วมมือกันของแบรนด์ BMW และ Louis Vuitton

    การร่วมกันสร้างคุณค่าแบรนด์ของสองแบรนด์นี้ผนวกรวมจุดแข็งของตัวเองจนอาจเรียกเป็นธีมที่ว่า “ศิลปะแห่งการเดินทาง” ไม่ว่ายานพาหนะแบรนด์ BMW นี้เดินทางไปที่ไหนก็พกพาความมั่นใจไปกับกระเป๋าเดินทางระดับโลก Louis Vuitton เห็นแบบนี้หากลูกค้าได้เป็นเจ้าของจะรู้สึกอย่างไร

    ไม่หยุดยั้งเพื่อพลังของแบรนด์ในอนาคต

    มาถึงจุดนี้หลาย ๆ ท่านคงพอเห็นภาพการเพิ่มคุณค่าของแบรนด์กันแล้ว แม้ว่าทำวันนี้พรุ่งนี้อาจจะยังไม่เห็นผล แต่ความต่อเนื่องและตรงเป้าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้มแข็งขึ้นได้ และเมื่อวันนั้นมาถึงแบรนด์ของคุณเองก็อาจจะทำให้เสื้อสีพื้นในจินตนาการ เกิดตราประทับที่ทำเอาลูกค้าอยากควักเงินซื้อแล้วซื้ออีกได้เช่นกัน

    Teachme Biz - Visual SOP Management Platform คือระบบจัดการคู่มือออนไลน์ที่จะเปลี่ยนการจัดการของทั้งคู่มือการทำงาน, Work Instruction, Workflow, หรือ SOP ที่แสนยุ่งยากให้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว เข้าใจง่ายด้วยภาพและวิดีโอแบบ step-by-step เก็บคู่มือการทำงานของทั้งองค์กรไว้บนออนไลน์ ง่ายแต่ปลอดภัยในการเข้าถึง เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างมาตรฐาน และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรคุณ

    ท่านใดต้องการสร้างคู่มือที่ใช้งานได้จริง หรือต้องการสร้างมาตรฐาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น คลิก สมัครเข้าร่วมเวิร์คช็อปออนไลน์กับ “Teachme Biz” ฟรี!  

    เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

    สิ่งที่ต้องเจอและวิธีแก้ไขเมื่อต้องลดต้นทุนแรงงาน

    สิ่งที่ต้องเจอและวิธีแก้ไขเมื่อต้องลดต้นทุนแรงงาน

    ในสนามการค้า “การลดต้นทุน” โดยไม่กระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า นับเป็นกุญแจสำคัญหนึ่งที่ทำให้องค์กร ๆ หนึ่งยืนหยัดอยู่ในสนามรบแห่งธุรกิจได้ หากมีองค์กรหนึ่งที่สามารถผลิตสินค้าออกมาได้โดยมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าคู่แข่งคนอื่น ๆ ในตลาด แต่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าถึง...

    รวมไอเดีย การลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย สำหรับทุกองค์กรในทุกช่วงเศรษฐกิจ

    รวมไอเดีย การลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย สำหรับทุกองค์กรในทุกช่วงเศรษฐกิจ

    หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เศรษฐกิจแบบนี้” แม้ไม่มีคำที่สื่อความหมายในเชิงลบเลยก็ตาม แต่เมื่อได้ยินวลีนี้ส่วนใหญ่มักเป็นไปในทางไม่ค่อยดี แปลง่าย ๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดีนั่นเอง ไม่ว่าเราจะเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่...

    MIERUKA การบริหารแบบมองเห็นได้ ?! กลยุทธ์พาองค์กรให้ถึงฝั่งแบบญี่ปุ่น

    MIERUKA การบริหารแบบมองเห็นได้ ?! กลยุทธ์พาองค์กรให้ถึงฝั่งแบบญี่ปุ่น

    ปัญหาหนึ่งของการใช้เงินพลาสติกหรือที่เรียกกันติดปากว่า “บัตรเครดิต” คือ ทำให้มนุษย์มีหนี้สินมากขึ้นกว่าเดิม และลามไปถึงการไม่มีกำลังพอในการจัดการปัญหา ดอกเบี้ยจากหนี้บัตรเครดิตจึงทับถมลงมาเรื่อย ๆ จนยากที่จะสะสางได้...

    ตัวอย่างผู้ใช้งาน Teachme Biz

    Ichinoyu group

    Ichinoyu group

    เปลี่ยนสู่ Teachme Biz แก้ไข SOP ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว วัตถุประสงค์ เลิกใช้ SOP หรือคู่มือการทำงานแบบกระดาษ ปัญหา ความรวดเร็วและการจัดหาทรัพยากรที่ต้องใช้ทำ SOP หรือคู่มือการทำงานแบบกระดาษ ผล อัปเดต SOP หรือคู่มือการทำงานได้เร็วขึ้น...

    Nakagawa Cooking Art College

    Nakagawa Cooking Art College

    ใช้ฟังก์ชัน VDO เพื่อเน้นให้เห็นขั้นตอนการปรุงอาหาร ตั้งเป้าใช้ Teachme Biz เพื่อทบทวนและฝึกทำอาหารอย่างถูกต้อง วัตถุประสงค์ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการสร้างมาตรฐานให้กับการฝึกภาคปฏิบัติของการทำอาหาร ปัญหา การเรียนเทคนิคการปรุงอาหารและการบริการอย่างถูกต้อง ผล...

    Studist (Thailand) Co., Ltd.

    Studist (Thailand) Co., Ltd.

    วัตถุประสงค์ เพื่ออบรม / ส่งต่องาน GA / เพิ่มประสิทธิภาพการสอนพนักงานใหม่ ปัญหา ต้องอบรมพนักงานที่เพิ่งเข้าใหม่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่บริษัทมีนโยบาย Work from Home ผล ลดเวลาการอมรมพนักงานใหม่ /พนักงานใหม่สามารถทำงานได้ด้วยตนเองและผ่านช่วงทดลองงานก่อนกำหนด...

    Pin It on Pinterest

    Share This