สอบถามเพิ่มเติม โทร 062-295−6588 studist@studist.co.th

ข้อมูลวิจัยหนึ่งจาก Finances Online ระบุว่ามูลค่าของตลาดการบริหารทรัพยากรบุคคลทั่วทั้งโลกจะมีมากถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 ขณะที่ปี 2019 มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น เป็นการบ่งชี้ว่าเทรนด์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลมีแนวโน้มเติบโตและสร้างประสิทธิภาพต่อองค์กรต่าง ๆ ต่อไป ครั้งก่อนเราพูดกันถึงเทคโนโลยีทั้ง3เทคโนโลยีในด้านการบริหารทรัพยากกรบุคคลกันไปแล้ว วันนี้ Teachme Biz ชวนมาดูกันต่อว่ายังมีเทรนด์อะไรที่น่าสนใจกันอีกบ้างและมันเพิ่มมูลค่าตลาดการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างไร

4. การระบุตัวตนทางชีวภาพ (Biometric Tracking System)
3,500 ล้าน คือจำนวนสมาร์ทโฟนที่มนุษย์กว่าครึ่งหนึ่งบนดาวที่ชื่อว่าโลกนี้ใช้กันอยู่ ในบรรดาจำนวนนั้น ความปลอดภัยของข้อมูลนับเป็นสิ่งจำเป็นบนโลกดิจิตอลในปัจจุบัน และ 3 เทคโนโลยีที่ใช้ในการระบุตัวตนทางชีวภาพของเจ้าของสมาร์ทโฟนเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่นิยมกันก็คือ การยืนยันตัวตนผ่านใบหน้า ลายนิ้วมือ และเสียง

ในเทคโนโลยีของวงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลเองก็มีการนำการยืนยันตัวตนแบบนี้มาใช้กันทั้งการระบุตัวตนผ่านใบหน้า ผ่านลายนิ้วมือ หรือผ่านเสียงเช่นกัน ซึ่งในแง่ของเสียงอาจจะนำมาใช้ได้ไม่สะดวกนัก สิ่งที่นำมาปรับใช้ได้ง่ายที่สุดก็คือการใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือผนวกรวมกับการระบุเวลาเข้า-ออกในการทำงาน การนับเวลาการทำงานนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าเวลาที่ใช้ไปในการทำงานก็แลกมากับผลตอบแทนที่ตกลงกันมาตั้งแต่ต้น หลายบริษัทในประเทศไทย ปัจจุบันก็มีการนำเทคโนโลยีที่ว่านี้มาใช้แทนบัตรพนักงานหรือกระดาษเพื่อการตอกบัตร

ตัวอย่างเครื่องแสกนใบหน้า เพื่อนับเวลาเข้า – ออกการทำงาน

ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือการผูกระบบการเข้า-ออกการทำงานกับระบบการจ่ายเงินเดือน ทำให้ยืนยันได้ว่าพนักงานคนนั้นมาทำงานจริงในทุกวันทำงาน รวมถึงการทำงานล่วงเวลา และระบบของบริษัทก็จ่ายผลตอบแทนตรงกับที่พนักงานทุ่มเทเวลาลงไป บริษัทที่พัฒนาระบบนี้ เช่น nettime solutions จากประเทศสหรัฐอเมริกา

คุณค่าที่เห็นชัดจากการระบุตัวตนแบบชีวภาพ

  1. ความถูกต้องแม่นยำ แนวคิดนี้เป็นการลดความคลาดเคลื่อนของการจ่ายค่าผลตอบแทนและการตรวจสอบว่าพนักงานได้ทำงานตรงกับที่ควรจะเป็นหรือไม่ ดังนั้นแล้วปัญหาการตอกบัตรแทนกันหรือการลงเวลาแทนกันก็จะหายไป เป็นความยุติธรรมต่อทั้งลูกจ้างและนายจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล
  2. ประหยัดเวลา ลองคิดดูว่าถ้าต้องมาเช็คความถูกต้องกันอีกรอบว่า พนักงานลงเวลาครบเรียบร้อยไหม ขาดตกเท่าไร และจะนำไปคำนวณผลตอบแทนให้ถูกต้องอย่างไร เมื่อมีเทคโนโลยีนี้แล้ว ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เหล่านี้จะคำนวณทุกอย่างออกมาให้ไปจนถึงการคำนวณผลตอบแทนที่ต้องจ่ายอีกด้วย
  3. ลดต้นทุนแรงงาน การใช้ซอฟต์แวร์รวมกับการระบุตัวตนทางชีวภาพของพนักงานทำให้ไม่จำเป็นต้องมีแรงงานทุ่มลงไปกับเรื่องนี้มากนัก เป็นการลดแรงงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อนำไปใช้พัฒนาส่วนอื่นๆต่อไป
  4. สร้างวัฒนธรรมการตรงต่อเวลา ในแง่ของระบบการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยีนี้นอกจากจะทำให้การทำงานง่ายขึ้นแล้ว ในมุมของภาพรวมองค์กรยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการตรงต่อเวลาซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานทุกชนิดอีกด้วย

การตรงต่อเวลาสร้างคุณค่าทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

5. Connected Platform
สิ่งหนึ่งที่จากนี้มนุษย์คงหลีกเลี่ยงได้ยากคือการดำเนินชีวิตไปกับอินเทอร์เน็ต คำศัพท์ที่เรียกว่า IoT (Internet of Things) จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตพร้อมกับสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์และผู้ใช้งานได้ เทคโนโลยีที่ผสมผสานเข้ากับอินเทอร์เน็ตนี้เองที่ทำให้ทุกวันนี้แม้กระทั่งหลอดไฟยังควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ ทั้งหมดนี้เป็นภาพใหญ่ของแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Connected

เรื่อง Connected แพลตฟอร์มนี้ได้ถูกนำมาใช้ในระดับองค์กรกันบ้างแล้ว โดยพอจะแบ่งคุณค่าของ Connected ออกเป็นมิติต่าง ๆ ได้ดังนี้

  1. ทางธุรกิจ การแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่ทำให้หลายองค์การสร้างแพลตฟอร์มการทำงานที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ โดยมี Connected แพลตฟอร์มเป็นตัวเอก ตัวละครเอกอย่างคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หรือระบบอินทราเน็ตขององค์กรได้โดยที่พนักงานเองยังอยู่ที่บ้าน ถ้าอินทราเน็ตขององค์กรยังเข้าถึงจากที่ใดก็ได้ เรื่องการประชุมออนไลน์ยิ่งไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
  2. องค์กร หลาย ๆ บริษัทแม้จะให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ แต่ไม่ได้หมายรวมถึงว่าทำงานจากที่ใดก็ได้ ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลไม่ให้ไปอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติหรือการโจรกรรม Connected แพลตฟอร์มทำให้บริษัทสามารถติดตามตำแหน่งของพนักงานได้จากระบบของบริษัทจึงทำให้มั่นใจได้ว่าพนักงานทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ภายใต้นโยบายที่กำหนด โดยการติดตามตำแหน่งก็อาจจะมาจากรถประจำตำแหน่ง คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแม้แต่สายรัดข้อมือ เป็นต้น ทั้งนี้ในประเทศไทยเราเองก็ต้องระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

Connected แพลตฟอร์ม เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเข้ากับทุกมิติขององค์กร

3. พนักงาน การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่สำคัญสิ่งหนึ่งคือการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการอบรม หรือการสอนงานย่อยต่าง ๆ Connected แพลตฟอร์มทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงการอบรมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น หรืองานย่อย ๆ ที่ใช้เวลาการสอนไม่นาน ก็สามารถเรียนรู้ผ่าน Connected แพลตฟอร์มได้ทั้งหมด และสามารถใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันทั้งหมดจากข้อ 1) และ 2) นั่นเอง

คำว่า Connect แพลตฟอร์มในการบริหารทรัพยากรบุคคลก็คือเทคโนโลยีในการต่อเชื่อมทั้ง 3มิติดังกล่าวข้างต้นเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความพอใจแก่ทุกฝ่ายนำมาซึ่งประสิทธิผลที่ดีขององค์กรและพนักงานต่อไป

    6.การบริหารจัดการประสิทธิผลแบบ Real Time
    ฝันร้ายอย่างหนึ่งของการทำงานก็คือ ไม่ว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนแต่ความก้าวหน้าก็ไม่เกิดขึ้น เพื่อความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายในองค์กรไม่เพียงเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคลเท่านั้น การประเมินผลงานอย่างถูกต้องโปร่งใสเชื่อมโยงไปถึงผลตอบแทนและการจัดสรรทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเป็นคำตอบจากการบริหารจัดการประสิทธิผลแบบ Real Time

    การบริหารจัดการประสิทธิผลแบบ Real Time คืออะไร
    การบริหารจัดการประสิทธิผลแบบ Real Time เป็นกระบวนการจัดการการสื่อสารกันภายในองค์กรบนพื้นฐานของประสิทธิผลของพนักงาน และใช้ข้อมูลเหล่านั้นสร้างความเข้าใจว่าผลการทำงานที่ได้นั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร จะทำอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์โดยรวมที่ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่ว่านี้ไม่ใช่สินค้าหรือบริการที่ออกสู่สังคมหรือลูกค้าเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวพันถึงความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อองค์กรอีกด้วย

    การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กรนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีต่อลูกค้า

    เพื่อให้การสื่อสารเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
    ปัจจุบันมีหลายบริษัทนำแนวคิดนี้มาผสานกับหลาย ๆ เทคโนโลยีเพื่อสร้างเป็นแพลตฟอร์มให้พนักงานในองค์กรใช้สื่อสารกัน โดยเฉพาะระหว่างหัวหน้าทีมและลูกทีม ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการตั้งเป้าหมายของงานต่างๆที่มอบหมายจากหัวหน้าทีมสู่ลูกน้องในทีม เมื่องานเสร็จสมบูรณ์ หัวหน้าก็สามารถรีวิวผลลัพธ์ของงานนั้น ๆ ต่อลูกน้องได้ทันที เมื่อมีจำนวนงานมากขึ้นก็สามารถวาดเป็นกราฟเพื่อนำมาใช้สรุปผลภาพรวมรายไตรมาสหรือรายปีได้อีกด้วย ในทางกลับกันลูกทีมก็สามารถสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มนี้ให้หัวหน้าทีมได้รู้ถึงความยากลำบากหรือคำแนะนำที่จำเป็นเพื่อพัฒนางานต่อไป

    ข้อดีของการสื่อสารกันแบบ Real Time
    – เพิ่มกำลังใจจากความสำเร็จของงานจากทั้งผู้มอบหมายงานและผู้ที่ทำงานสำเร็จ
    – เปิดใจให้การสื่อสารเป็นกระบวนการหลักระหว่างการทำงานของหัวหน้าทีมและลูกทีมในทุก ๆ งาน
    – ทุกข้อมูลการทำงาน การประเมินผลงาน การสื่อสาร รวมอยู่ในที่เดียว ทั้งในรูปแบบเว็บหรือแอปพลิเคชัน

    การสื่อสารกันแบบ Real Time และประเมินผลงานในแต่ละงานเมื่องานสำเร็จลุล่วง หรือพูดถึงปัญหาที่อยากจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานรวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานทุกระดับด้วย บริษัทที่มีการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบนี้ เช่น Trakstar ที่เริ่มต้นจากการพัฒนาซอฟแวร์เล็ก ๆ สู่การสร้างแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการประสิทธิผลแบบ Real Time ในองค์กร

    การสื่อสารกันระหว่างหัวหน้าทีมและลูกทีมเป็นสิ่งจำเป็นทั้งต่อหน้าและผ่านเทคโนโลยี

    จบไปแล้วครับสำหรับเทคโนโลยีและเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในวงการบริหารทรัพยากรบุคคลที่นับวันจะมีคนใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ หากย้อนไปสัก 5-10 ปีก่อนคงไม่มีเทคโนโลยีเหล่านี้ในวงการการบริหารทรัพยากรบุคคลมากนัก นับได้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรและสร้างคุณค่าดี ๆ ต่อลูกค้าทุกคน การเปลี่ยนแปลงคงไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน แต่การเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อยพร้อมความมั่นคงนี้จะสร้างผลที่ยิ่งใหญ่ได้   ในครั้งต่อ ๆ ไปลองมาดูกันว่า TeachmeBiz จะมีเรื่องราวน่าสนใจอะไรมาให้ได้ติดตามกันอีกครับ

    อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

    Teachme Biz - Visual SOP Management Platform คือระบบจัดการคู่มือออนไลน์ที่จะเปลี่ยนการจัดการของทั้งคู่มือการทำงาน, Work Instruction, Workflow, หรือ SOP ที่แสนยุ่งยากให้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว เข้าใจง่ายด้วยภาพและวิดีโอแบบ step-by-step เก็บคู่มือการทำงานของทั้งองค์กรไว้บนออนไลน์ ง่ายแต่ปลอดภัยในการเข้าถึง เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างมาตรฐาน และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรคุณ

    ท่านใดต้องการสร้างคู่มือที่ใช้งานได้จริง หรือต้องการสร้างมาตรฐาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น คลิก สมัครเข้าร่วมเวิร์คช็อปออนไลน์กับ “Teachme Biz” ฟรี!  

    Pin It on Pinterest

    Share This